
ณ แคว้นมคธ อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณธัญญาหาร ในสมัยโบราณกาล มีเมืองสาวัตถีเป็นราชธานีที่เจริญรุ่งเรือง ผู้คนต่างอยู่เย็นเป็นสุขภายใต้พระบรมโพธิสมภารของพระราชาผู้ทรงทศพิธราชธรรม
ในป่าใหญ่แห่งหนึ่งใกล้เมืองสาวัตถี อันเป็นที่อาศัยของสรรพสัตว์นานาชนิด มีต้นปิลักขะ (ต้นข่อย) อันใหญ่โตแผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมทั่วบริเวณ บนกิ่งก้านอันแข็งแรงนั้น เป็นที่ตั้งของรังผึ้งขนาดมหึมา ดุจดังปราสาทแก้วของเหล่านางผึ้งผู้ขยันขันแข็ง
ในบรรดานางผึ้งทั้งหลาย มีนางผึ้งตัวหนึ่งนามว่า "สุวรรณี" นางเป็นผึ้งที่มีรูปโฉมงดงามกว่าผึ้งตัวใดๆ ในรัง ผิวนางเหลืองอร่ามราวกับทองคำ บริเวณปีกบางเบาโปร่งใสสะท้อนแสงแดดระยิบระยับ ดวงตาของนางกลมโตเป็นประกายราวกับอัญมณี
สุวรรณีมิได้มีดีเพียงรูปโฉม แต่ยังมีจิตใจที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา กรุณา และความขยันหมั่นเพียร นางตื่นแต่เช้าตรู่ก่อนผึ้งตัวอื่นเสมอ เพื่อออกไปหาเกสรดอกไม้ที่เลอค่าที่สุดในป่า ดอกไม้ที่นางโปรดปรานเป็นพิเศษคือดอกบัวหลวงที่ผลิบานอยู่ในสระน้ำใสบริสุทธิ์แห่งหนึ่งกลางป่าดอกไม้เหล่านั้นมีกลิ่นหอมละมุนละไม และให้น้ำหวานอันโอชา
วันหนึ่ง ขณะที่สุวรรณีกำลังดูดน้ำหวานจากดอกบัว นางพลันได้ยินเสียงร้องคร่ำครวญอันน่าเวทนามาจากพุ่มไม้ใกล้ๆ ด้วยความสงสัยและเป็นห่วง สุวรรณีจึงรีบโบยบินเข้าไปดู
"โอ๊ย… โอ๊ย… เจ็บเหลือเกิน… ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย…" เสียงนั้นอ่อนแรงและแผ่วเบา
เมื่อเข้าไปใกล้ สุวรรณีก็เห็นลูกกวางน้อยตัวหนึ่งกำลังนอนบิดตัวด้วยความเจ็บปวด ขาหน้าข้างหนึ่งของมันติดอยู่ในบ่วงกับดักที่นายพรานวางไว้
"ท่านเป็นอะไรไปหรือ?" สุวรรณีถามด้วยความกังวล
"ข้า… ข้าติดบ่วงของนายพราน… ข้าพยายามดิ้นเท่าไหร่ก็ไม่หลุด… ข้ากลัวเหลือเกิน…" ลูกกวางน้อยตอบเสียงสั่น
สุวรรณีเห็นดังนั้น ก็อดสงสารลูกกวางน้อยไม่ได้ แม้ว่านางจะเป็นเพียงผึ้งตัวเล็กๆ แต่ก็ไม่อาจเพิกเฉยต่อความทุกข์ยากของผู้อื่นได้
"อย่าเพิ่งสิ้นหวังนะ เจ้ากวางน้อย ข้าจะช่วยเจ้าเอง" สุวรรณีกล่าว
สุวรรณีพยายามใช้เหล็กในของนางสะกิดไปที่เชือกของบ่วงกับดัก แต่เชือกนั้นแข็งแรงเกินไป เหล็กในของนางก็ไม่สามารถทำอันตรายได้
"ไม่เป็นไร… ข้าจะลองหาวิธีอื่น" สุวรรณีกล่าวอย่างไม่ย่อท้อ
นางโบยบินไปมารอบๆ บ่วงกับดัก สังเกตเห็นว่ามีเศษกิ่งไม้แห้งเล็กๆ อยู่ใกล้ๆ
"อ้อ! ข้ามีวิธีแล้ว!" สุวรรณีร้องออกมา
นางรีบบินไปคาบเศษกิ่งไม้แห้งเล็กๆ นั้น แล้วนำมาวางไว้ที่บริเวณข้อต่อของบ่วงกับดัก จากนั้นนางก็ใช้ปากเล็กๆ ของนางช่วยดันและงัด บ่วงกับดักเริ่มคลายออกทีละน้อย
สุวรรณีทำเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยความพยายามและความอดทน แม้จะมีเหงื่อไหลโทรมกาย (หากผึ้งมีเหงื่อ) และปีกที่เริ่มอ่อนล้า
ในที่สุด! บ่วงกับดักก็คลายออกจนลูกกวางน้อยสามารถดึงขาของตนออกมาได้
"ข้า… ข้าหลุดแล้ว! ข้าหลุดแล้ว!" ลูกกวางน้อยดีใจจนร้องไห้
"ขอบคุณท่านมากนะ ท่านนางผึ้งผู้ใจดี ท่านช่วยชีวิตข้าไว้แท้ๆ" ลูกกวางน้อยกล่าวด้วยน้ำเสียงซาบซึ้ง
"ไม่เป็นไร เจ้ากวางน้อย เจ้าปลอดภัยแล้ว ข้าก็ดีใจแล้ว" สุวรรณีตอบยิ้มๆ
"ข้าชื่อ "มฤคมาส" ขอรับ ข้าจะจดจำบุญคุณของท่านตลอดไป" ลูกกวางน้อยกล่าว
"ข้าชื่อ "สุวรรณี" ขอให้เจ้าจงระมัดระวังตัวให้มากขึ้นนะ อย่าได้หลงเข้าไปในกับดักของนายพรานอีกเลย" สุวรรณีกล่าวเตือน
นับแต่นั้นมา สุวรรณีและมฤคมาสก็กลายเป็นเพื่อนรักกัน สุวรรณีมักจะแวะเวียนมาหามฤคมาสที่พุ่มไม้ที่นางเคยช่วยชีวิตเขาไว้เสมอ และมฤคมาสก็จะเล่าเรื่องราวต่างๆ ในป่าให้สุวรรณีฟัง
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว สุวรรณีในฐานะนางผึ้งที่ขยันขันแข็ง ย่อมต้องออกหาอาหารเพื่อมาเลี้ยงดูครอบครัวและรังผึ้งของนาง นางออกหากินในป่าใหญ่อย่างไม่เคยขาดตกบกพร่อง
ครั้งหนึ่ง ขณะที่สุวรรณีกำลังหาเกสรดอกไม้ในป่าลึก นางพลันได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือที่ดังมาจากถ้ำแห่งหนึ่ง
"ช่วยด้วย… ใครก็ได้… ช่วยข้าด้วย… ข้าติดอยู่ในนี้…" เสียงนั้นฟังดูอ่อนแรงและสิ้นหวัง
สุวรรณีไม่รอช้า รีบบินไปยังทิศทางของเสียงอย่างรวดเร็ว เมื่อไปถึง นางก็พบว่าเสียงนั้นดังมาจากภายในถ้ำที่มืดมิดและแคบ
"มีอะไรอยู่ข้างในนั้นหรือ?" สุวรรณีตะโกนถาม
"ข้า… ข้าคือ "สาลิกา" นกแก้วผู้หนึ่ง ข้าเผลอเข้าไปในถ้ำแห่งนี้โดยไม่ทันระวัง แล้วปากถ้ำก็ถล่มลงมาปิดทางออกเสียแล้ว ข้าพยายามปีนป่ายเท่าไหร่ก็ไม่สามารถออกไปได้ ข้าหิวและกระหายน้ำเหลือเกิน…" เสียงสาลิกาดังตอบ
สุวรรณีรู้สึกสงสารสาลิกาเป็นอย่างยิ่ง นางพยายามมองเข้าไปในถ้ำ แต่ก็เห็นเพียงความมืดมิด
"อย่าเพิ่งหมดหวังนะ ท่านสาลิกา ข้าจะหาทางช่วยท่านเอง" สุวรรณีกล่าว
สุวรรณีพยายามบินเข้าไปสำรวจรอบๆ ปากถ้ำที่ถล่มลงมา แต่มันก็หนาแน่นและแข็งแรงเกินกว่าที่นางจะขยับได้
"ข้า… ข้าทำอะไรไม่ได้เลย" สุวรรณีคร่ำครวญ
นางคิดถึงเหล่าพี่น้องผึ้งของนาง นางรู้ดีว่าผึ้งมีจำนวนมากและแข็งแรงเมื่อรวมกัน
"ข้าจะกลับไปเรียกพวกพี่น้องผึ้งมาช่วย!" สุวรรณีกล่าว
สุวรรณีรีบบินกลับไปยังรังผึ้งอย่างรวดเร็ว นางเล่าเรื่องราวของสาลิกาที่ติดอยู่ในถ้ำให้เหล่านางผึ้งฟัง
"พี่น้องทั้งหลาย! เรามีเพื่อนกำลังตกอยู่ในอันตราย เราต้องรีบไปช่วยเขา!" สุวรรณีกล่าว
เหล่านางผึ้งทั้งหลาย เมื่อได้ยินเรื่องราว ก็พร้อมใจกันออกเดินทางไปยังถ้ำแห่งนั้น
เมื่อมาถึงถ้ำ สุวรรณีก็ชี้ให้เห็นจุดที่ปากถ้ำถล่มลงมา
"เราต้องช่วยกันขยับก้อนหินเหล่านี้ออกไป!" สุวรรณีกล่าว
เหล่าผึ้งนับพันนับหมื่นตัว พากันใช้แรงกายอันน้อยนิดของพวกมัน ช่วยกันดันและขยับก้อนหินที่ปิดปากถ้ำ
การทำงานเป็นทีมของผึ้งนั้นน่าทึ่งยิ่งนัก พวกมันทำงานประสานกันอย่างเป็นระบบ แม้ว่าจะเป็นงานที่หนักหนาสาหัสก็ตาม
สุวรรณีก็เช่นกัน นางไม่ได้ยืนมองเฉยๆ แต่มุ่งมั่นช่วยพี่น้องผึ้งของนางอย่างเต็มกำลัง
หลังจากที่พวกมันพยายามอยู่นานแสนนาน ก้อนหินบางส่วนก็เริ่มขยับออก
"ฮึ่ม… ฮึ่ม…" เสียงผึ้งดังระงม
ในที่สุด ปากถ้ำก็เปิดออกพอให้สาลิกาออกมาได้
"ข้า… ข้าออกมาได้แล้ว! ข้าออกมาได้แล้ว!" สาลิการ้องด้วยความดีใจ
เมื่อสาลิกาออกมาสู่โลกภายนอก นางก็พบกับสุวรรณีและเหล่านางผึ้ง
"ขอบคุณพวกท่านมากนะ ขอบคุณท่านสุวรรณี ขอบคุณพี่น้องผึ้งทุกตัว ท่านช่วยชีวิตข้าไว้!" สาลิกากล่าวด้วยน้ำตา
"ไม่เป็นไร ท่านสาลิกา จงจำไว้ว่าการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์เป็นสิ่งสำคัญ" สุวรรณีกล่าว
สาลิกาได้เรียนรู้ถึงความเมตตาและความสามัคคีจากเหตุการณ์ครั้งนี้ นางสัญญาว่าจะไม่ลืมบุญคุณของสุวรรณีและผึ้งทุกตัว
สุวรรณีไม่เคยหยุดที่จะทำความดี นางยังคงออกหาอาหารอย่างขยันขันแข็ง และช่วยเหลือสัตว์อื่นๆ ที่ตกอยู่ในความเดือดร้อนเสมอ
วันเวลาผันผ่านไป สุวรรณีได้บำเพ็ญบารมีมาอย่างต่อเนื่อง นางได้ช่วยเหลือสัตว์น้อยใหญ่มากมาย ทั้งการหาอาหาร การปกป้องจากภัยอันตราย และการให้กำลังใจ
ครั้งหนึ่ง ขณะที่สุวรรณีกำลังดูดน้ำหวานจากดอกไม้ นางก็เห็นผึ้งตัวหนึ่งกำลังพยายามต่อสู้กับแมงมุมตัวใหญ่
"ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!" ผึ้งตัวนั้นร้อง
สุวรรณีเห็นดังนั้น ก็รีบบินเข้าไปช่วยทันที นางใช้เหล็กในของนางต่อยไปที่แมงมุมอย่างไม่กลัวเกรง
"เจ้าแมงมุม! ปล่อยเพื่อนข้าเดี๋ยวนี้!" สุวรรณีตะโกน
การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด สุวรรณีต้องใช้ความกล้าหาญทั้งหมดที่มี
"เจ้าผึ้งน้อย! เจ้าคิดจะมาต่อกรกับข้าหรือ!" แมงมุมขู่
"ข้าไม่กลัวเจ้า! เพราะข้ามีเพื่อนและข้าพร้อมที่จะปกป้องพวกเขา!" สุวรรณีกล่าวอย่างองอาจ
สุวรรณีต่อสู้กับแมงมุมอย่างไม่ลดละ จนกระทั่งแมงมุมได้รับบาดเจ็บและล่าถอยไป
"ขอบคุณท่านมากนะ ท่านสุวรรณี ท่านช่วยชีวิตข้าไว้" ผึ้งตัวนั้นกล่าว
"ไม่เป็นไร เราคือครอบครัวเดียวกัน เราต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน" สุวรรณีกล่าว
สุวรรณีได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความกล้าหาญและความเสียสละของนาง
ในอีกครั้งหนึ่ง ขณะที่สุวรรณีกำลังหาเกสรดอกไม้ นางก็ได้ยินเสียงร้องของลูกนกที่พลัดตกจากรัง
"แม่จ๋า… แม่จ๋า…" เสียงลูกนกร้อง
สุวรรณีเห็นลูกนกน้อยกำลังสั่นเทาด้วยความกลัว นางจึงพยายามหาทางช่วย
"ไม่ต้องกลัวนะ เจ้าลูกนกน้อย ข้าจะพาเจ้ากลับไปหาแม่" สุวรรณีกล่าว
สุวรรณีใช้ปากเล็กๆ ของนางค่อยๆ อุ้มลูกนกขึ้นมา แล้วพยายามบินกลับไปยังรังของมัน
การเดินทางนั้นยากลำบาก เพราะลูกนกมีน้ำหนัก และสุวรรณีก็ต้องใช้พละกำลังอย่างมาก
แต่ด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่ สุวรรณีก็สามารถนำลูกนกกลับไปส่งให้แม่นกได้อย่างปลอดภัย
"ขอบคุณท่านมากนะ ท่านนางผึ้งผู้ใจดี ท่านช่วยลูกของข้าไว้" แม่นกกล่าว
"ด้วยความยินดีขอรับ" สุวรรณีตอบ
เรื่องราวความดีงามของสุวรรณีแผ่ขยายไปทั่วป่า สรรพสัตว์ทั้งหลายต่างชื่นชมในความเมตตา ความกล้าหาญ และความขยันหมั่นเพียรของนาง
เมื่อพระโพธิสัตว์ในอดีตชาติ คือ สุวรรณีผึ้ง ได้ทรงบำเพ็ญบารมีต่างๆ นานา ทั้งการเสียสละ การช่วยเหลือ การปกป้อง และการทำงานหนัก
พระพุทธองค์ทรงแสดงพระธรรมเทศนาเพื่อสอนให้เหล่าพุทธบริษัทเห็นถึงคุณค่าของการทำความดี และการบำเพ็ญบารมี
คติธรรม การทำความดี ไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใด ย่อมส่งผลดีต่อตนเองและผู้อื่นเสมอ การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ เป็นการบำเพ็ญบารมีอันประเสริฐ
บารมีที่บำเพ็ญ ปัญญาบารมี, วิริยบารมี, เมตตาบารมี, กรุณาบารมี, ขันติบารมี
— In-Article Ad —
ความสามัคคีและน้ำใจช่วยเหลือกัน สามารถผ่านพ้นอุปสรรคได้เสมอ
บารมีที่บำเพ็ญ: เมตตาบารมี, ขันติบารมี
— Ad Space (728x90) —
42เอกนิบาตมหาปัญญชาดก ครั้งหนึ่งนานแสนนานมาแล้ว ณ แคว้นโกศลอันรุ่งเรือง พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงครองราชย์ด้วยทศพิ...
💡 ปัญญาที่แท้จริงย่อมปราศจากอคติ และไม่ถูกจำกัดด้วยชาติกำเนิด
89เอกนิบาตอัญชนิชาดกณ กรุงพาราณสีในอดีตกาล พระโพธิสัตว์ได้เสวยพระชาติเป็น “อัญชนิฤาษี” ผู้ทรงบำเพ็ญพรตอย่างเคร...
💡 ความอดทน การควบคุมอารมณ์ และการมีเมตตาธรรม เป็นคุณธรรมที่สำคัญยิ่ง หากเราละเลยคุณธรรมเหล่านี้ เราก็จะประสบกับความเดือดร้อน การกระทำทุกอย่างย่อมมีผลตามมาเสมอ
27เอกนิบาตมุสิกชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธอันรุ่งเรือง นครราชคฤห์ตั้งตระหง่านอยู่ภายใต้ร่มเงาของภู...
💡 อย่าดูถูกสิ่งใดที่เล็กน้อย หรือผู้ที่ดูด้อยกว่า เพราะสิ่งเหล่านั้นอาจมีพลังและความสามารถที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เราคาดคิด หากเรารู้จักใช้สติปัญญาในการสังเกต และการประยุกต์ใช้ให้ถูกวิธี
143เอกนิบาตสุมังคลชาดกณ กรุงสาวัตถีอันรุ่งเรือง พระราชาทรงพระนามว่า พระเจ้าปิงคละ ทรงเป็นกษัตริย์ผู้ทรงพระปรีชา...
💡 ความจริงย่อมชนะความเท็จ ผู้ที่คิดร้ายต่อผู้อื่น ย่อมได้รับผลกรรมนั้น.
153ทุกนิบาตสิริวิชยชาดกณ เมืองพาราณสี มีเศรษฐีผู้หนึ่งร่ำรวยมหาศาล มีทรัพย์สินเงินทองมากมายจนนับไม่ถ้วน แต่ถึงแ...
💡 ความร่ำรวยที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ปริมาณทรัพย์สิน แต่อยู่ที่จิตใจที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การช่วยเหลือผู้อื่นคือการสร้างบุญกุศลที่ยั่งยืน
371ปัญจกนิบาตสิริชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นสุน...
💡 ความโลภย่อมนำมาซึ่งความเดือดร้อน การแบ่งปันและการอยู่ร่วมกันด้วยปัญญาและความเข้าใจ เป็นหนทางสู่ความสุขที่ยั่งยืน
— Multiplex Ad —